ของบริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด
บริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด (“บริษัท”) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย บริษัทได้กำหนดประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (“ประกาศ”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ของท่านตามกฎหมาย ดังนี้
2.1 ข้อมูลรายละเอียดส่วนบุคคล ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ ข้อมูลการศึกษา สถานภาพสมรส สถานภาพครอบครัว จำนวนสมาชิกในครอบครัวและจำนวนบุตร สัญชาติ ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น ต้นฉบับ หรือสำเนาของบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส ใบสำคัญหย่า ใบมรณบัตร ใบอนุญาตขับขี่ หรือเอกสารที่ใช้ในการระบุและยืนยันตัวตนที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น
2.2 ข้อมูลการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ตามเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ที่อยู่อาศัยปัจจุบันและที่อยู่ในประเทศตามสัญชาติ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร อีเมล ชื่อหรือบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ไอดีไลน์ เป็นต้น
2.3 ข้อมูลการทำงาน ได้แก่ ข้อมูลสำหรับการติดต่อเพื่อการทำงาน สัญญาจ้างแรงงาน อาชีพ รายละเอียดเกี่ยวกับนายจ้างและสถานที่ทำงาน ตำแหน่งงาน ประวัติการทำงาน และระยะเวลาการทำงาน และ/หรือ อายุงานปัจจุบัน เงินเดือน รายได้ และค่าตอบแทน และ/หรือ ผลตอบแทนต่าง ๆ
2.4 ข้อมูลทางการเงิน ได้แก่ ระดับรายได้ แหล่งที่มาของรายได้และเงินลงทุน ประเทศแหล่งที่มาของรายได้และเงินลงทุน ข้อมูลบนหนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน และ/หรือ โบนัส หรือหลักฐานแสดงรายได้อื่น ๆ เอกสารการเดินบัญชีของธนาคาร ราคาประเมินทรัพย์สิน รายการเดินบัญชี สลิปเงินเดือน ข้อมูลสถานภาพทางการเงิน ชื่อและเลขที่บัญชี ข้อมูลสินเชื่อ ข้อมูลหลักประกัน ภาระหนี้สิน ข้อมูลบัตรเครดิต วงเงิน ยอดหนี้ ข้อมูลสถานะการเป็นบุคคลล้มละลาย ใบแจ้งหนี้ ใบแจ้งยอดเงิน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อมูลการถือหลักทรัพย์ ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ ข้อมูลเครดิตบูโร ข้อมูลการทางเงินอื่น ๆ
2.5 ข้อมูลของบุคคลในครอบครัว (บิดา มารดา คู่สมรส) ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล ชื่อเล่น อาชีพ ที่อยู่ สถานที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ สถานภาพสมรส จำนวนบุคคลที่อยู่ในความดูแล สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด ระดับรายได้
2.6 ข้อมูลทางคดี ได้แก่ ข้อมูลที่ปรากฏในคำฟ้อง คำให้การ คำคู่ความ คำเบิกความ คำพยาน คำแถลง คำบอกกล่าว คำขอ คำร้องขอ คำร้องสอด คำคัดค้าน คำชี้ขาด คำพิพากษา คำบังคับ คำขอบังคับคดี ข้อมูลที่ปรากฏในคำสั่งศาล เช่น คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ คำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก คำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ คำสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ เป็นต้น ข้อมูลที่ปรากฏในใบอนุญาตว่าความและเอกสารทางคดีความ
2.7 ข้อมูลทางเทคนิคอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ได้แก่ IP address, MAC address, Cookie, Log file ข้อมูลทางเทคนิคอื่น ๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการ
2.8 ข้อมูลอื่น ๆ ได้แก่ รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น คำขอใช้สิทธิต่าง ๆ ผลประเมินการสำรวจความคิดเห็น ข้อมูลเสียง ภาพถ่ายแสดงตัวตน ภาพเคลื่อนไหว คลิปบันทึกเสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงที่ถูกบันทึกไว้ จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท ลายมือชื่อ
2.9 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ได้แก่ ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง หมู่โลหิต เป็นต้น ข้อมูลความพิการ ประวัติอาชญากรรม
3.1 ข้อมูลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง หรือมีอยู่กับบริษัท ทั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ ติดต่อ เยี่ยมชม เข้าร่วมกิจกรรม ค้นหา ผ่านช่องทางให้บริการ และ/หรือ ช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ของบริษัท เช่น สำนักงาน จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ การพบปะ หรือช่องทางอื่นใด เป็นต้น
3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอกหรือเข้าถึงได้จากแหล่งข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อถือ เช่น ผู้แทนของลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับมอบอำนาจจากลูกค้า สถาบันการเงินเดิม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมบังคับคดี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาล ผู้ให้บริการภายนอก บริษัทคู่สัญญา แหล่งข้อมูลสาธารณะ เป็นต้น
4.1.1 เพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรม และ/หรือ ใช้บริการของบริษัท ได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนทำธุรกรรม และ/หรือ บริการของบริษัท (Contractual Basis) เช่น
4.1.2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับ ทั้งที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบันและที่จะมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมในอนาคต (Legal Obligation) เช่น
4.1.3 เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล (Legitimate Interest) เช่น
ทั้งนี้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท อาจส่งผลกระทบต่อท่านในการไม่ได้รับการทำธุรกรรม และ/หรือใช้บริการ ไม่ได้รับความสะดวก หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญาและท่านอาจได้รับความเสียหาย/เสียโอกาสและอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่ท่านหรือบริษัทต้องปฏิบัติตาม และอาจมีบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง
4.2.1 มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (sensitive personal data) เช่น ศาสนา เชื้อชาติ หมู่โลหิต ตามที่ปรากฏอยู่บนเอกสารระบุตัวตน ข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ข้อมูลความพิการ ประวัติอาชญากรรม เพื่อเป็นเอกสารประกอบการทำธุรกรรม และ/หรือนิติกรรมสัญญา หรือเอกสารประกอบการขอใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่าง ๆ
4.2.2 เพื่อการดำเนินการทางการตลาด การนำส่งข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น รวมถึงข่าวสารคำแนะนำที่เป็นประโยชน์และโปรโมชั่นที่คัดสรรอย่างเหมาะสม
บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกในกรณีดังต่อไปนี้
5.1 เปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกตามที่บริษัทได้รับความยินยอมจากท่าน กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม
5.2 เปิดเผยข้อมูลเพื่อการทำธุรกรรม และ/หรือ การใช้บริการตามความประสงค์ของท่าน
5.3 เปิดเผยให้แก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
5.4 เปิดเผยให้แก่หน่วยงานที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล สำนักงานบังคับคดี กรมที่ดิน สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง สำนักงานเขต เป็นต้น
5.5 เปิดเผยให้แก่ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแล รับผิดชอบ ให้บริการ หรือบริหารจัดการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บริษัทสำนักงานกฎหมาย บริษัทประเมินราคา บริษัทผู้ดูแลทรัพย์สิน บริษัทรักษาความปลอดภัย บริษัทโฆษณา (Advertising) ประชาสัมพันธ์ (Public Relations) และกิจกรรมการตลาด (Marketing Activities) เป็นต้น
5.6 เปิดเผยให้แก่ผู้ตรวจสอบ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น ที่ปรึกษาวิชาชีพที่เกี่ยวกับบริการด้านการตรวจสอบ กฎหมาย ประเมินราคา การบัญชี และภาษีอากร เป็นต้น
5.7 บุคคลอื่นใดที่ให้สิทธิประโยชน์หรือให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท เช่น บริษัทประกันภัย เป็นต้น
6.1 สิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน เช่น ท่านยังมีการทำธุรกรรม และ/หรือ การใช้บริการจากบริษัท หรือยังมีภาระหนี้/ภาระผูกพันอยู่กับบริษัท
6.2 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม โดยบริษัทต้องดำเนินการตามคำขอ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารประกอบการดำเนินการตามคำขอครบถ้วน
6.3 สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
6.4 สิทธิขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปยังบุคคลอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง เมื่อบริษัทสามารถทำได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ
6.5 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนตามที่กฎหมายกำหนด
6.6 สิทธิขอลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนออกจากระบบ หรือขอให้ทำลาย หรือการระงับใช้ หรือการทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเป็นข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
6.7 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
6.8 สิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีที่ท่านประสงค์จะใช้สิทธิประการใดตามข้อ 6.1 ถึง 6.7 ดังกล่าวข้างต้น ท่านสามารถติดต่อบริษัทตามช่องทางที่บริษัทกำหนด เมื่อบริษัทได้รับคำขอจากท่านแล้ว จะพิจารณาคำขอของท่านตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีที่ท่านใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจทำให้ท่านไม่สามารถรับบริการบางอย่างจากบริษัท ในระหว่างที่พิจารณาหรือดำเนินการตามคำขอของท่านได้
บริษัทมีการกำหนดมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) สภาพความพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าถึง เก็บรวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจ หรือโดยมิชอบ เช่น มาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสม การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้เข้าถึงข้อมูล และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
นอกจากนี้ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท ก็มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามข้อตกลงรักษาความลับที่ได้ลงนามไว้กับบริษัท
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้า หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้น ตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้เท่านั้น
ทั้งนี้ บริษัทจะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
หากท่านมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notice) รวมถึงคำขอใด ๆ ที่จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โปรดแจ้งความประสงค์ตามที่อยู่ ทางโทรศัพท์ หรือทางอีเมล รายละเอียด ดังนี้
9.1 บริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด: 99 ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์: 0-2268-8583, 0-2268-8591
9.2 Email: DPO@arunamc.co.th หรือ vatinee.b@arunamc.co.th
บริษัทอาจพิจารณาทบทวนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและเท่าที่กฎหมายอนุญาต
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสำหรับยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562